
10 สถานที่เที่ยววันหยุดกรุงเทพปี 2567 ที่น่าสนใจยอดนิยม
1.วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว)
ประเดิมกันด้วยสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมตลอดกาลอย่าง วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือที่คนไทยเรียกกันติดปากว่า “วัดพระแก้ว” ตั้งอยู่ในบริเวณพระบรมมหาราชวัง สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 เมื่อปี พ.ศ.2325 สำหรับประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) และสถานที่สำหรับพระมหากษัตริย์ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลต่างๆ ตามโบราณราชประเพณี ภายในวัดยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์และโบราณวัตถุล้ำค่ามากมาย รวมถึงพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ณ หอรัษฎากรพิพัฒน์ ภายในเขตพระราชฐานชั้นนอกริมกำแพงพระบรมมหาราชวังด้านทิศเหนือ เพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผ่านฉลองพระองค์ในช่วงเวลาต่างๆ
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/jJaJE2gh3U9CX8PB7
- เปิดให้บริการ: ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. I เปิดจำหน่ายบัตรเข้าชมตั้งแต่เวลา 08.30-15.30 น.
- ค่าบริการ: คนไทยเข้าฟรี I ชาวต่างชาติ 500 บาท
- ที่จอดรถ: ลานจอดรถ ราชนาวีสโมสร เปิดตั้งแต่เวลา 06.00-22.00 น.
2.วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร (วัดแจ้ง)
อีกหนึ่งแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ เพราะไม่ว่าจะนักท่องเที่ยวต่างชาติหรือคนไทยก็อยากจะสวมชุดไทย ไปถ่ายรูปสวยๆ กับพระปรางค์วัดอรุณกันทั้งนั้น พระปรางค์ที่มีความสูงจากฐานถึงยอด 81.85 เมตร ทั้งยังเป็นสถาปัตยกรรมอันน่าทึ่ง ซึ่งสะท้อนภูมิปัญญาและศิลปะเชิงช่างสมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมมีชื่อว่า “วัดมะกอก” ก่อนจะเปลี่ยนเป็น “วัดแจ้ง” ในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช กระทั่งในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้บูรณะปฏิสังขรณ์เพิ่มเติมจากสมัยรัชกาลที่ 2 แล้วพระราชทานชื่อใหม่ว่า “วัดอรุณราชวรารามวรมหาวิหาร”
แต่เดิมวัดอรุณฯ เคยเป็นที่ประดิษฐานของพระแก้วมรกต ก่อนจะอัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม จนถึงปัจจุบัน นอกจากความงดงามของพระปรางค์วัดอรุณจะดึงดูดใจนักท่องเที่ยวทั่วโลก และวิวโค้งน้ำเจ้าพระยา ที่สวยงามไม่เหมือนใคร ภายในวัดยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง แท่นพระบรรทมและรูปเคารพของสมเด็จพระเจ้าตากสินให้สักการะขอพร เช่นเดียวกับชื่อเสียงของ “ยักษ์วัดแจ้ง” พญายักษ์เฝ้าซุ้มประตูยอดมงกุฎ 2 ตน คือ สหัสเดชะ (ยักษ์กายสีขาว) และทศกัณฐ์ (ยักษ์กายสีเขียว) ที่เคยเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะชื่อ “Giant Twins” ผลงานของคมกฤษ เทพเทียน ที่จัดแสดงในเทศกาล Bangkok Art Biennale 2019 อีกด้วย
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/biXsv9WEFvP2LK127
- เปิดให้บริการ: ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น.
- บริการเช่าชุดไทย: บริเวณด้านหน้าวัดอรุณราชวราราม มีให้เลือกหลายร้าน ราคาเริ่มต้น 150 บาท
- ที่จอดรถ: บริเวณหน้าวัดอรุณฯ สามารถจอดได้บริเวณที่ได้รับอนุญาต
Tips: วัดอรุณฯ ค่อนข้างจะหาที่จอดรถยากสักหน่อย เราแนะนำให้คุณขับรถขนาดเล็กเน้นความคล่องตัวอย่างมาสด้า2 เพื่อความสะดวกสบายในการจอดรถ เพราะที่จอดรถจะอยู่ในซอยทางเข้าวัดที่ค่อนข้างแคบและเล็กมากๆ ส่วนมือใหม่หัดขับก็ไม่ต้องกังวล เพราะมีกล้องมองรอบคันที่จะช่วยให้คุณเห็นทุกมุมมอง กะระยะในการจอดได้อย่างปลอดภัย
3.จ๊อดแฟร์ (Jodd Fairs)
ตลาดนัดกลางคืนใจกลางกรุงเทพฯ ที่ถูกใจนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เรียกว่า ปักหมุดมาที่เดียวครบทั้งอาหาร เครื่องดื่ม งานคราฟต์ เสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องประดับ ของแต่งบ้าน ของที่ระลึก ฯลฯ ท่ามกลางวงดนตรีสดที่ผลัดกันมาเอนเตอร์เทนนักท่องเที่ยวยามราตรี โดยเฉพาะจ๊อดแฟร์ แดนเนรมิต ที่มีพิกัดถ่ายรูปชิคๆ คู่กับปราสาทเทพนิยาย รถคลาสสิก และบรรยากาศที่ชวนให้นึกถึงสวนสนุกยอดนิยมแห่งยุค 90s ส่วนที่จ๊อดแฟร์ พระราม 9 ก็เป็นหนึ่งในสถานที่แฮงค์เอาท์ยอดฮิตของชาวออฟฟิศหลังเลิกงาน เพราะมีอาหารและเครื่องดื่มอร่อยๆ ให้เลือกเพียบ คืนนี้ใครยังไม่มีโปรแกรมไปเที่ยวไหน เราแนะนำให้ไปตระเวนหาของกินอร่อยๆ ที่จ๊อดแฟร์กันดีกว่า
- FB: https://www.facebook.com/JoddFairs
- พิกัด: จ๊อดแฟร์ แดนเนรมิต https://maps.app.goo.gl/tNibZr3umthpz1sH8 / จ๊อดแฟร์ พระราม 9 https://maps.app.goo.gl/UTpgC2GAkgp2uVoZ8
- เปิดให้บริการ: ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 16.00-24.00 น.
- ที่จอดรถ: จ๊อดแฟร์ แดนเนรมิต มีที่จอดรถภายในตลาด
4.เยาวราช (China Town)

ตะลุยกินสตรีทฟู้ดอร่อยกันแบบจุกๆ ตั้งแต่กลางวันจนถึงกลางคืนกันที่ย่านเยาวราชหรือ “ไชน่า ทาวน์” อีกหนึ่งแหล่งแฮงก์เอาท์ยอดนิยมของคนไทยและนักท่องเที่ยวทั่วโลก และยังกลายเป็นเช็กพอยท์สำคัญในการตามรอย MV ดังของน้องลิซ่า อีกด้วย ย่านเก่าแก่แห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2435-2443 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เพื่อเป็นสถานที่สำคัญสำหรับการค้าขายและที่อยู่อาศัยของชาวจีน เยาวราชจึงคึกคักเป็นพิเศษในช่วงประเพณีจีน เช่น เทศกาลตรุษจีน เทศกาลบ๊ะจ่าง เทศกาลไหว้พระจันทร์ และเทศกาลกินเจ
ด้วยความที่เป็นย่านพักอาศัยและย่านการค้าเก่าแก่ของชาวจีน เยาวราชจึงมีสถานที่สำคัญทางศาสนาพุทธนิกายมหายาน เช่น วัดเล่งเน่ยยี่ ศาลเจ้าแม่กวนอิมมูลนิธิเทียนฟ้า วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร และศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์อีกหลายแห่ง โดยเฉพาะสตรีทฟู้ดที่เลื่องชื่อไปทั่วโลกจากการจัดอันดับของ CNN ที่คัดเลือกให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองแห่งสตรีทฟูดอันดับหนึ่งของโลกในปี พ.ศ.2561 แถมยังมีร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ บาร์ และคาเฟ่เก๋ๆ อีกเพียบ
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/j9ojL8vK994gSPbr7
- เปิดให้บริการ: ทุกวัน
- จอดรถได้ที่: https://maps.app.goo.gl/q2sP2gw8Ty2BktUTA
5.ตลาดนัดรถไฟ (Train Night Market)
เอาใจสายวินเทจและสายช้อปด้วย “ตลาดนัดรถไฟ ศรีนครินทร์” ไนท์มาร์เก็ตที่แน่นไปด้วยอาหาร เครื่องดื่ม เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า อาร์ตทอย ร้านขายแผ่นเสียง และสินค้าวินเทจเก๋ๆ ให้เลือกช้อปกันได้เต็มที่ ที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งรวมสินค้าราคาไม่แรงเหมาะแก่การมาเดินหาของอร่อยๆ ในมื้อค่ำ โดยเฉพาะสายสตรีทฟู้ดและบุฟเฟต์ที่มีให้เลือกหลายร้าน หรือจะตามหาเสื้อผ้าแฟชั่น สนีคเกอร์ และของสะสมตามรสนิยม ที่นี่ยังมีอีเวนท์พร้อมมินิคอนเสิร์ตของศิลปินมาจัดแสดงด้วย ใครชอบเดินตลาดนัดก็ไม่ควรพลาดตลาดนัดรถไฟแห่งนี้เช่นกัน
- FB: https://www.facebook.com/taradrodfi/?locale=th_TH
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/ejeUmuYyJZugSWU86
- เปิดให้บริการ: วันพฤหัสบดี-วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 17.00-01.00 น.
- ที่จอดรถ: ภายในตลาดนัดรถไฟ จอดได้หลายร้อยคัน
6.ตลาดนัดจตุจักร

เป็นอีกจุดเช็กอินที่มีทุกสิ่งที่คุณต้องการ ตลาดนัดจตุจักรอยู่คู่กรุงเทพฯ มาตั้งแต่ พ.ศ.2521 จนถึงปัจจุบัน เป็นตลาดนัดขนาดใหญ่บนพื้นที่ 88.5 ไร่ ใจกลางกรุงเทพฯ แบ่งออกเป็น 27 โซน กว่า 8,000 ร้านค้า มีสินค้าให้เลือกช้อปครบทุกหมวดหมู่ ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ ของแต่งบ้าน งานคราฟต์ งานวินเทจ หนังสือ ถ้วยชาม ต้นไม้ สัตว์เลี้ยง ฯลฯ จนหลายคนแทบจะนึกไม่ออกเลยว่า ไม่มีอะไรขายในจตุจักรบ้างนะ แถมราคายังจับต้องได้ไม่เกินเอื้อม แล้วยังมีโซนงานอาร์ตให้เลือกเสพศิลป์เก๋ๆ จนถึงคาเฟ่ ร้านอาหาร ร้านนั่งดื่มชิลล์ๆ ก็มีให้เลือกฟินตามรสนิยม คนรักต้นไม้ก็ไปตามหาพันธุ์ไม้แปลกๆ ได้ทุกวันอังคาร-วันพฤหัสบดี สายแฟชั่นก็มีนัดกันทุกวันศุกร์ช่วง 5 โมงเย็นจนถึงเที่ยงคืน จะไปวันไหนตลาดนัดจตุจักรก็มีบรรยากาศคึกคักไว้คอยต้อนรับคุณเสมอ จะเว้นก็แต่วันจันทร์ที่ทุกร้านรวงจะปิดกันจนเงียบเหงา อย่าเผลอแวะเข้าไปเชียวล่ะ
- FB: https://www.facebook.com/chatuchakweekendmarket1/?locale=th_TH
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/zUeh8LAYBbXD5TDc8
- เปิดให้บริการ: วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 06.00-24.00 น. วันเสาร์-วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 05.00-24.00 น.
- ที่จอดรถ: JJ Mall, Mixt Chatuchak
7.เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ (Asiatique The Riverfront)
เจ้าของฉายาแลนด์มาร์กสุดชิคริมแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งแรกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย “เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์” ที่ดัดแปลงโกดังสินค้าเก่าของบริษัทค้าขายข้ามชาติจากเนเธอร์แลนด์ ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว A Must สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยมี “เอเชียทีค สกาย” (Asiatique Sky) ชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่เป็นไอคอนของเอเชียทีค ให้คุณชมความสวยงามของวิวแม่น้ำเจ้าพระยาได้แบบพานอรามา หรือจะดินเนอร์สุดหรูบน “เรือสิริมหรรณพ” เรือที่มีต้นแบบมาจากเรือสำเภาสามเสาของราชนาวีไทย หรือที่เรียกว่า “เรือทูลกระหม่อม” ซึ่งเป็นเรือพาณิชย์ที่นำสินค้าจากสยามไปค้าขายยังต่างประเทศสมัยรัชกาลที่ 5 โดยชั้นดาดฟ้าของเรือจะมีห้องอาหารและบาร์เครื่องดื่มให้คุณเพลิดเพลินไปกับวิวพระอาทิตย์ตกริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่สวยงาม ห้องวีไอพี “The Bridge” พร้อมบันไดลับไปจะนำคุณไปสู่บาร์รัมใต้ท้องเรือ ใครอยากจะไปดินเนอร์บนเรือสิริมหรรณพแนะนำให้สำรองที่นั่งไว้จะดีกว่า เพราะเรือหรูลำนี้ค่อนข้างป็อปสุดๆ ในหมู่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ
- FB: https://www.facebook.com/Asiatique.Thailand
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/F6sdwbZECS8Fc5qy8
- เปิดให้บริการ : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00-24.00 น.
- ที่จอดรถ: ลานจอดรถเอเชียทีค P1-P3 จอดได้มากกว่า 1,000+ คัน
8.ตลาดวังหลัง

แหล่งรวมตัวของสายกินและสายช้อปที่รวมสตรีทฟู้ดอร่อยๆ ไว้มากมาย ชื่อเสียงของตลาดวังหลังเริ่มเป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้นในหมู่นักท่องเที่ยว ทั้งยังมีประวัติความเป็นมาย้อนกลับไปได้ตั้งแต่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ โดยคำว่า “วังหลัง” หมายถึง พระราชวังบวรสถานพิมุข ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามพระบรมมหาราชวัง สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 พระราชทานให้แก่สมเด็จพระเจ้าหลานเธอ กรมพระราชวังบวรสถานพิมุข ในอดีตวังหลังมีบทบาทสำคัญทางประวัติศาสตร์และการเมืองของไทยมายาวนาน ทั้งยังเคยเป็นที่ประทับของพระราชวงศ์หลายพระองค์
ปัจจุบัน วังหลังเป็นชุมชนเก่าแก่ที่คราคร่ำไปด้วยร้านอาหารที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น รวมถึงเกสต์เฮาส์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งยังอยู่ใกล้กับวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร หรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า “วัดหลวงพ่อโต” และอยู่ฝั่งตรงข้ามกับวัดพระศรีศาสดารามเพียงนั่งเรือข้ามฟากอีกด้วย
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/HajFzvXX7BGPnuSd7
- เปิดให้บริการ: ทุกวัน
- ที่จอดรถ: อาคารที่จอดรถบริเวณทางเข้าวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหารา หรือริมทางรถไฟใกล้โรงพยาบาลศิริราช
9.ตลาดน้อย
ย่านการค้าเก่าแก่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ตลาดน้อยมีวัดเก่า ศาลเจ้า บ้านโบราณ ร้านอาหาร คาเฟ่เกๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้เลือกชิลล์ได้ตลอดวันพร้อมให้คุณเดินเท้าสำรวจย่านชุมชนเก่าแก่
ที่มีสถาปัตยกรรมแบบจีนโบราณ แวะถ่ายรูปกับรถเฟียตโบราณที่เป็นเหมือนไอคอนของตลาดน้อย โดยตลาดน้อยแห่งนี้ถือกำเนิดขึ้นมาพร้อมกับการอพยพย้ายถิ่นฐานของชาวจีนสมัยต้นรัตนโกสินทร์ เดิมเรียกว่า “โรงกระทะ” ซึ่งมาจากช่างตีเหล็กที่โด่งดังไปทั่วพระนคร และมีศาลเจ้าโจวซือกง (วัดซุนเล่งยี่) ศาลเจ้าเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในย่านตลาดน้อย สร้างขึ้นโดยชาวจีนฮกเกี้ยนเมื่อปี พ.ศ.2347 เป็นที่ประดิษฐานของเทพเจ้าโจวซือกง และเทพเจ้าองค์อื่นๆ ที่ชาวจีนให้ความเคารพอย่างมาก ตลาดน้อยยังมีโบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิกอายุกว่า 100 ปี หรือที่เรียกกันว่า “โบสถ์กาลหว่าร์” รวมถึงสตรีทอาร์ตเก๋ๆ ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของวิถีชีวิตชาวจีนย่านตลาดน้อยในอดีตให้ถ่ายรูปกันด้วย
- FB: https://www.facebook.com/Taladnoitoday/?locale=th_TH
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/CURGfngEx4USnpxv8
- เปิดให้บริการ: ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00-17.00 น.
- ที่จอดรถ: แนะนำอาคารจอดรถของ River City Bangkok
10.เสาชิงช้า

หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า สถานที่แห่งนี้กลายเป็นจุดถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกยอดนิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติไปแล้ว เสาชิงช้าสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 เดิมสร้างด้วยไม้สักทอง สูง 21 เมตร ประกอบด้วยเสาขนาดใหญ่ 3 ต้น ตั้งเป็นวงกลมล้อมรอบด้วยฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส บนยอดเสาประดิษฐานพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ใช้สำหรับประกอบ “พระราชพิธีตรียัมปวาย” หรือที่รู้จักกันดีว่า “โล้ชิงช้า” เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองชัยชนะในสงคราม พิธีนี้มีมาตั้งแต่สมัยโบราณต่อมาได้มีการยกเลิกไปในสมัยรัชกาลที่ 7 เสาชิงช้าได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์มาแล้วหลายครั้ง ล่าสุดเมื่อปี พ.ศ. 2549 ได้มีการเปลี่ยนแปลงเสาชิงช้าที่ทำจากไม้สักทองให้เป็นเสาคอนกรีตเสริมเหล็กสูง 67 เมตร ประดิษฐานพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณจำลองขนาดใหญ่ แล้วยังมี “ตลาดตรอกหม้อ” ตลาดเช้าเก่าแก่ที่รวมของอร่อย รวมถึงสตรีทฟู้ดอร่อยๆ บนถนนมหรรณพที่อยู่ไม่ไกลจากเสาชิงช้าอีกด้วย
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/LX331hbF5HoSTvHc6
- เปิดให้บริการ: ทุกวัน
- ที่จอดรถ: อาคารจอดรถ I Park บริเวณศาลเจ้าพ่อเสือ
เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับสถานที่เที่ยวกรุงเทพฯ ปี 2567 เพื่อให้การขับรถในกรุงเทพฯ เดินทางคล่องตัว จะเป็นตรอกหรือซอยก็สามารถลัดเลาะไปได้ แถมยังหาที่จอดได้สะดวกสบายอีกด้วย และที่สำคัญรถที่จะพาคุณไปเที่ยวต้องขับสนุก เร้าใจ อย่างมาสด้า2 ที่มีให้เลือกถึง 2 ดีไซน์ใหม่ทั้ง Sport Design และ New Wave Design ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองยุคใหม่ให้ที่มีชีวิตชีวา และเต็มที่ได้อย่างอิสระกับไลฟ์สไตล์ที่ไม่จำกัด ส่วนใครที่อยากจะตามรอยสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในกรุงเทพฯ เหล่านี้ก็อย่าลืมสำรวจเส้นทาง และมองหาที่จอดรถตามลิสต์ที่มาสด้าแนะนำไว้ เพื่อความสะดวกสบายและหลีกเลี่ยงรถติดอีกด้วยนะครับ
ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก : https://www.mazda.co.th/blog-lists/10-spots-travel-bkk-2567/